<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Roots8Yoga &#187; Ways of life</title>
	<atom:link href="http://www.roots8yoga.com/category/ways-of-life/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.roots8yoga.com</link>
	<description>Back to the basic , go to inner The physical, mental and spiritual practices that transform to our body and mind.</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 13:33:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=4.0</generator>
	<item>
		<title>หลากหลายวิถีแห่งโยคะ ตอนที่ 3</title>
		<link>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-3</link>
		<comments>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-3#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Jun 2024 11:05:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Roots8Yoga]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Ways of life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roots8yoga.com/?p=1668</guid>
		<description><![CDATA[ตอน3 หฐโยคะ กุณฑลินีโยคะ ตันตระโยคะ (Hatha ,Kundalini, Tantra yoga) &#8211; (fb โพสต์ 25/06/24) ต้องพิจารณาแนวคิดพื้นฐานซึ่งเป็นศูนย์กลางของโยคะทั้งสามอย่าง โดยกล่าวถึงกุณฑลินีประกอบไปด้วย คือ มีช่องหรือนาฑีในร่างกายที่ปราณสามารถผ่านเข้าออกได้และมีจำนวนมาก ในส่วนที่เกี่ยวกับกุณฑลินี มีนาฑีที่สำคัญที่สุด 3อย่าง คือ อิฑา (Ida) ปิงคลลา (pingala)และ สุษุมณา(susumna) นาฑีทั้งสามนี้แล่นไปตามกระดูกสันหลัง สุษุมณาแล่นตรงขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังส่วนอิฑาและปิงคคลาแล่นวนตามแนวกระดูกสันหลัง อิฑานาฑีแล่นผ่านจมูกข้างซ้ายปิงคคลาแล่นผ่านจมูกข้างขวา อิฑาและปิงคลานาฑียังมีชื่ออย่างอื่นด้วยเช่น หะ และ ฐะ = หฐ หะตัวแทนของอิฑาและพลังเย็นของดวงจันทร์ ส่วน ฐะตัวแทนของปิงคคลาและพลังร้อนของดวงอาทิตย์ นาฑีทั้งสองจะไหลวนมาพบกันที่ 6 จุด ในร่างกาย เรียกว่า จักร (chakra) โดยปรกติปราณไม่สามารถแล่นตรงถึงสุษุมณาได้ แต่จะไหลผ่านอิฑา (หะ) และปิงคลา(ฐะ) เมื่อใดที่ปราณของหะและฐะรวมกัน (โยคะ)และสามารถเข้าไปถึงสุษุมณานาฑีที่เป็นศูนย์กลางได้ มันจะรวมศูนย์ในร่างกายในระดับที่มากจนกระทั้งผลของมันสามารถกระจายไปทั่วร่างกาย ไม่มีส่วนไหนสูญเสียไหลออกภายนอกร่างกาย กระบวนการนี้เรียกว่า “หฐโยคะ” เพราะฉะนั้นทิศทางและลักษณะการไหลเวียนของปราณจึงมีผลโดยตรงกับสภาพจิตใจของเรา [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div class="fcbk_share"><div class="fcbk_like"><fb:like href="http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-3" layout="button_count" width="450" show_faces="false" share="true"></fb:like></div></div><p><strong>ตอน3 หฐโยคะ กุณฑลินีโยคะ ตันตระโยคะ (Hatha ,Kundalini, Tantra yoga)  &#8211; (fb โพสต์ 25/06/24)</strong></p>
<p>ต้องพิจารณาแนวคิดพื้นฐานซึ่งเป็นศูนย์กลางของโยคะทั้งสามอย่าง โดยกล่าวถึงกุณฑลินีประกอบไปด้วย คือ มีช่องหรือนาฑีในร่างกายที่ปราณสามารถผ่านเข้าออกได้และมีจำนวนมาก ในส่วนที่เกี่ยวกับกุณฑลินี มีนาฑีที่สำคัญที่สุด 3อย่าง คือ  อิฑา (Ida)  ปิงคลลา (pingala)และ สุษุมณา(susumna)</p>
<p>นาฑีทั้งสามนี้แล่นไปตามกระดูกสันหลัง สุษุมณาแล่นตรงขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังส่วนอิฑาและปิงคคลาแล่นวนตามแนวกระดูกสันหลัง อิฑานาฑีแล่นผ่านจมูกข้างซ้ายปิงคคลาแล่นผ่านจมูกข้างขวา </p>
<p>อิฑาและปิงคลานาฑียังมีชื่ออย่างอื่นด้วยเช่น หะ และ ฐะ =  หฐ หะตัวแทนของอิฑาและพลังเย็นของดวงจันทร์ ส่วน ฐะตัวแทนของปิงคคลาและพลังร้อนของดวงอาทิตย์ นาฑีทั้งสองจะไหลวนมาพบกันที่ 6 จุด ในร่างกาย เรียกว่า จักร (chakra)</p>
<p>โดยปรกติปราณไม่สามารถแล่นตรงถึงสุษุมณาได้ แต่จะไหลผ่านอิฑา (หะ) และปิงคลา(ฐะ) เมื่อใดที่ปราณของหะและฐะรวมกัน (โยคะ)และสามารถเข้าไปถึงสุษุมณานาฑีที่เป็นศูนย์กลางได้ มันจะรวมศูนย์ในร่างกายในระดับที่มากจนกระทั้งผลของมันสามารถกระจายไปทั่วร่างกาย ไม่มีส่วนไหนสูญเสียไหลออกภายนอกร่างกาย กระบวนการนี้เรียกว่า “หฐโยคะ” </p>
<p>เพราะฉะนั้นทิศทางและลักษณะการไหลเวียนของปราณจึงมีผลโดยตรงกับสภาพจิตใจของเรา ถ้าเราไม่สามารถรักษาปราณนาฑีได้เพียงพอ หรือมีสิ่งกีดขวางทำให้ปราณไม่สามารถไหลเวียนไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ และกระจัดกระจายออกนอกร่างกาย ส่งผลให้จิตใจหม่นหมอง กระวนกระวาย แต่ในทางกลับกัน การสะสมของปราณในร่างกายจะนำมาซึ่งความสงบภายในและความเข้าใจที่แท้จริง  </p>
<p>โดยปรกติการไหลเวียนอย่างอิสระของปราณในสุษุมณาค่อนข้างเป็นไปได้ยากเนื่องจากมีอะไรบางอย่างกีดขวางช่องทาง สิ่งกีดขวางนี้มีสัญลักษณ์เป็นงูขดอยู่หรือเรียกว่า “กุณฑลินี”</p>
<p>แนวคิดเกี่ยวกับกุณฑลินีจึงค่อนข้างสับสน เพราะคำจำกัดความที่ไม่แน่นอน แม้แต่ในคัมภีร์อย่าง หฐะโยคะ ประทีปิกา (Hatha Yoga Pradipika) ก็ยังมีคำอธิบายที่ขัดแย้งกัน ดังนั้นคำจำกัดความที่น่าจะเชื่อมโยงสอดคล้องแง่มุมของโยคะที่ชัดเจนโดยรวบรวมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ได้มากที่สุด คือ โยคะ ยาชญวัลกยะ (Yoga Yajnavalkya)ที่กล่าวไว้ว่า …</p>
<p>“กุณฑลินี คือ อุปสรรค สิ่งที่เข้าไปในสุษุมณาในระหว่างการฝึกโยคะไม่ใช่ตัวกุณฑลินีเอง แต่คือ ปราณ (หนังสือหลายเล่มกล่าวว่าสิ่งที่ขึ้นไปตามสุษุมณาคือกุณฑลินี แต่ไม่เป็นเหตุเป็นผล)  ถ้าเราถือตามคัมภีร์นี้ แง่มุมของโยคะหนึ่งในแนวคิดศูนย์กลางก็คือ“ปราณ”รวมทั้งรูปแบบอื่น ๆ ของปราณในร่างกายนั้นเชื่อมโยงกับการฝึกโยคะ และกล่าวว่าถ้าเราประสบความสำเร็จในการฝึก กุณฑลินีจะถูกเผาให้มอดไหม้ ทำให้ช่องทางสำหรับปราณโล่ง</p>
<p>ในขณะที่งูขดตัวหลับอยู่จะคลายและขยายตัวออก ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถเก็บมันในท่าขดตัวอยู่ได้  กล่าวกันว่าเมื่อไฟในร่างกายหรืออัคนีฆ่างูตัวนี้ กุณฑลินีจะเหยียดออก ทำให้ช่องทางเปิดโล่งเพื่อการไหลเวียนของปราณ ปรากฎการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน ถึงแม้ว่าบางส่วนของกุณฑลินีจะถูกทำลายไปแล้ว แต่มันก็ยังคงสามารถกีดขวางสุษุมณาได้อีกเป็นเวลานาน</p>
<p>ถ้าพิจารณาในมุมนี้จะชัดเจนว่า กุณฑลินีก็คือการอธิบายถึงสิ่งที่เราเรียกว่า อวิทยาในอีกวิธีหนึ่ง ทำนองเดียวกับที่อวิทยามีพลังมากจนกระทั่งทำให้เราไม่สามารถมองเห็นปุรุษ ส่วนกุณฑลินีก็ขัดขวางปราณทำให้มันไม่สามารถไหลขึ้นผ่านสุษุมณาได้ </p>
<p>เราจึงเข้าใจได้ว่า หฐะโยคะเป็นส่วนหนึ่งของราชาโยคะ ซึ่งทำให้คำจำกัดความว่าเป็นกระบวนการที่ปราณซึ่งเป็นมิตรของปุรุษค่อย ๆ เคลื่อนสู่เบื้องบนก็ได้ เมื่อปราณขึ้นสู่จุดสูงสุดปุรุษจะคลี่คลายและกษัตริย์ภายในเราจะปรากฏขึ้น</p>
<p>โยคะแบบสุดท้ายคือ <strong>ตันตระโยคะ</strong> &#8211; ตันตระ แปลว่า วิธีการ อาจใช้อธิบายการฝึกโยคะบนพื้นฐานของกุณฑลินีร่วมด้วย ในตันตระโยคะจุดเน้นอยู่ที่ “การควบคุมพลังงาน” ซึ่งกระจัดกระจาย ในแง่บวกหมายถึงทักษะหรือความสามารถในตันตระโยคะ จุดเน้นอยู่ที่ร่างกาย และขอบเขตที่กว้างขวางของการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายกับแง่มุมอื่น ๆ รวมทั้งของโลกและจักรวาล</p>
<p><strong>สรุป</strong> โยคะแบบใดก็ตาม หลัก ๆ แล้วมันคือ “คำถามเกี่ยวกับสภาวะจิตใจของเรา” อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับจิตใจและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของจิตใจจะมีผลต่อตัวบุคคลรวมทั้งร่างกายและประสบการณ์ทางร่างกายทั้งหมดด้วย นี่คือพื้นฐานของโยคะสูตรเราไม่ควรสับสนกับกระบวนการเดียวกันที่ถูกอธิบายไปต่าง ๆ ด้วยเพราะคนให้ความสำคัญกับการจำแนกมากเกินไป จึงทำให้เกิดความรู้สึกว่ามีความแตกต่างกัน แต่ที่สำคัญระหว่างโยคะแบบต่าง ๆ นั้นจริง ๆ แล้วทั้งหมดพูดเรื่องเดียวกัน เพียงแต่มองจากมุมที่ต่างกันเท่านั้นเอง ถ้าคุณปฏิบัติตามโยคะแบบใดแบบหนึ่งอย่างแท้จริงมันจะนำเราไปสู่วิถีแห่งโยคะทั้งหมดได้ </p>
<p>อ้างอิง : The heart of yoga หัวใจแห่งโยคะ หน้า 277เขียน ที.เค.วี.เทสิกาจารย์ แปลธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-3/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลากหลายวิถีแห่งโยคะ ตอนที่ 2</title>
		<link>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-2</link>
		<comments>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-2#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Jun 2024 11:04:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Roots8Yoga]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Ways of life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roots8yoga.com/?p=1665</guid>
		<description><![CDATA[ตอน2 ราชาโยคะ กรรมโยคะ และกิริยาโยคะ (fb โพสต์ 23/06/24) ราชาโยคะ(raja) &#8211; ราชา แปลว่า “กษัตริย์”ในปริบทนี้หมายถึงภาวะที่ประจักษ์แจ้งอยู่เสมอ กษัตริย์ หมายถึงบางสิ่งบางอย่างในตัวเราซึ่งเป็นมากกว่าที่เราเป็น ราชายังหมายถึงสิ่งที่สูงส่งหรือพลังที่เชื่อมโยงกับภัคติโยคะ สำหรับคนที่ไม่ต้องการเชื่อมโยงราชาโยคะกับอิศวร(พลังสูงส่ง) คุณอาจกล่าวได้ว่าในตัวเราแต่ละคนมีกษัตริย์พระองค์หนึ่งอยู่ เราเข้าใจแนวคิดนี้ว่าเป็น “ปุรุษ” ซึ่งในกิจวัตรประจำวันของเรา ปุรุษหรือกษัตริย์ของเราถูกบดบังโดยการทำงานของจิตใจที่ถูกกระตุ้นไปทางโน้นทีทางนี้ทีตามประสาทสัมผัส ,ความทรงจำ และความเพ้อฝัน โดยมีอวิทยา (ความไม่รู้) เป็นตัวครอบงำ เมื่อกระบวนการนี้ถูกย้อนกลับและจิตใจกลายเป็นนายเหนืออินทรีย์ทั้งห้า(ประสาทสัมผัส) เมื่อนั้นเราจะค้นพบความกระจ่างแจ้งและความสงบ ไม่ว่ากษัตริย์ในตัวเราจะเป็น ปุรุษ หรือ อีศวร ราชาโยคะหมายถึงกษัตริย์ที่อยู่ในที่ที่เหมาะสม โยคะสูตรกล่าวว่า “เมื่อใดที่ไม่มีความกระวนกระวายในจิตใจอีกต่อไป เมื่อนั้นปุรุษจะเผยตัวและมองเห็นนี่คือ ราชาโยคะ” กรรมโยคะ &#8211; กรรม (karma) คือ การกระทำ ในชีวิตเราสามารถ”กระทำ” เท่านั้น แต่เราไม่ควรมุ่งที่ “ผลของการกระทำ” ถ้าผลของความพยายามของเราไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เราไม่ควรจะผิดหวัง และการกระทำของเราไม่ควรถูกกำหนดจากความคาดหวัง กริยาโยคะ -มีแนวคิดที่แตกต่างหลายอย่าง ในโยคะสูตรอธิบายว่า เป็นขอบเขตทั้งหมดของการฝึกที่เรียกว่าโยคะ หมายถึงทุก [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div class="fcbk_share"><div class="fcbk_like"><fb:like href="http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-2" layout="button_count" width="450" show_faces="false" share="true"></fb:like></div></div><p><strong>ตอน2  ราชาโยคะ  กรรมโยคะ และกิริยาโยคะ (fb โพสต์ 23/06/24)<br />
</strong></p>
<p><strong>ราชาโยคะ(raja)</strong> &#8211; ราชา แปลว่า “กษัตริย์”ในปริบทนี้หมายถึงภาวะที่ประจักษ์แจ้งอยู่เสมอ กษัตริย์ หมายถึงบางสิ่งบางอย่างในตัวเราซึ่งเป็นมากกว่าที่เราเป็น ราชายังหมายถึงสิ่งที่สูงส่งหรือพลังที่เชื่อมโยงกับภัคติโยคะ </p>
<p>สำหรับคนที่ไม่ต้องการเชื่อมโยงราชาโยคะกับอิศวร(พลังสูงส่ง)  คุณอาจกล่าวได้ว่าในตัวเราแต่ละคนมีกษัตริย์พระองค์หนึ่งอยู่ เราเข้าใจแนวคิดนี้ว่าเป็น “ปุรุษ” ซึ่งในกิจวัตรประจำวันของเรา ปุรุษหรือกษัตริย์ของเราถูกบดบังโดยการทำงานของจิตใจที่ถูกกระตุ้นไปทางโน้นทีทางนี้ทีตามประสาทสัมผัส ,ความทรงจำ และความเพ้อฝัน โดยมีอวิทยา (ความไม่รู้) เป็นตัวครอบงำ เมื่อกระบวนการนี้ถูกย้อนกลับและจิตใจกลายเป็นนายเหนืออินทรีย์ทั้งห้า(ประสาทสัมผัส) เมื่อนั้นเราจะค้นพบความกระจ่างแจ้งและความสงบ </p>
<p>ไม่ว่ากษัตริย์ในตัวเราจะเป็น ปุรุษ หรือ อีศวร ราชาโยคะหมายถึงกษัตริย์ที่อยู่ในที่ที่เหมาะสม โยคะสูตรกล่าวว่า “เมื่อใดที่ไม่มีความกระวนกระวายในจิตใจอีกต่อไป เมื่อนั้นปุรุษจะเผยตัวและมองเห็นนี่คือ ราชาโยคะ”</p>
<p><strong>กรรมโยคะ</strong> &#8211; กรรม (karma) คือ การกระทำ ในชีวิตเราสามารถ”กระทำ” เท่านั้น แต่เราไม่ควรมุ่งที่ “ผลของการกระทำ” ถ้าผลของความพยายามของเราไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เราไม่ควรจะผิดหวัง และการกระทำของเราไม่ควรถูกกำหนดจากความคาดหวัง </p>
<p><strong>กริยาโยคะ</strong> -มีแนวคิดที่แตกต่างหลายอย่าง ในโยคะสูตรอธิบายว่า เป็นขอบเขตทั้งหมดของการฝึกที่เรียกว่าโยคะ  หมายถึงทุก ๆ สิ่งที่เราสามารถฝึกฝนและปฏิบัติได้จริงนั่นก็คือกริยาโยคะ โดยกล่าวถึง 3 แง่มุม ได้แก่ ตบะ สวาธยายะ และ อีศวรประณิธาน (คือ 3 ในอัษฎางค์ 8 หรือ บันได 8 ขั้นสู่องค์สมาธิ) </p>
<p>ตบะ คือการปฏิบัติ เช่น อาสนะและปราณายามะ ซึ่งจะช่วยกำจัดการอุดตันและความตึงเครียดทั้งในร่างกายและจิตใจ สวาธยายะหมายถึงการค้นหา ตั้งคำถาม การมองเข้าไปในตัวเราเอง ส่วนอีศวรประณิธานเป็นการกระทำซึ่งไม่ถูกกระตุ้นจากผลของการกระทำ  (ทำโดยไม่หวังผล) </p>
<p><a href="http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-3">(ยังมีต่อ)</a></p>
<p>อ้างอิง: The heart of yoga หัวใจแห่งโยคะ หน้า 277เขียน ที.เค.วี.เทสิกาจารย์ แปลธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลากหลายวิถีแห่งโยคะ ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-1</link>
		<comments>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-1#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Jun 2024 11:02:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Roots8Yoga]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Ways of life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roots8yoga.com/?p=1662</guid>
		<description><![CDATA[เล่นโยคะ ฝึกโยคะ ทำโยคะ เรียนโยคะ เรียกรวมเป็นที่เข้าใจว่า “โยคะ” แต่ด้วยเพราะภาพในความคิดของหลายๆ คนจะนึกถึงเพียงการทำท่าทางประหลาด ท่าดัดตัว ท่าพิศดารหวือหวาที่ในชีวิตประจำวันเราไม่ทำ .. ขออธิบายว่า “ท่า” หรือ อาสนะนั้น คือใบเบิกทาง เป็นหนึ่งในวิธีการ และอยู่ในองค์รวมของวิถีแห่งโยคะ แต่ถ้ากล่าวถึงโยคะ ภาพใหญ่จะมุ่งไปที่วิธีใดๆ ที่นำสู่กระบวนการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะจิตใจ ร่างกาย และเกิดประสบการณ์เฉพาะตน ตอน 1 &#8211; ชญานโยคะ ภัคติโยคะ มนตราโยคะ (fbโพสต์ 21/06/24) โยคะนำเสนอวิธีที่จะช่วยให้บรรลุถึงจิตใจที่กระจ่างแจ้งหลายวิธีด้วยกัน แต่ละวิธีมีจุดเน้นที่ต่างกัน ในหนังสือภควัทคีตา กล่าวถึงรูปแบบของโยคะไว้ถึง 18 รูปแบบ ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะ 9 รูปแบบได้แก่ ชญานโยคะ ภัคติโยคะ มนตราโยคะ ราชาโยคะ กรรมโยคะ กริยาโยคะ กุณฑลินีโยคะ หฐโยคะ และตันตระโยคะ ชญานโยคะ &#8211; ชญาน (jnana)หมายถึง “ความรู้” เน้นการค้นหาความรู้ที่แท้จริงแต่ดั้งเดิมโดยเริ่มต้นที่การฟังคำสอนของครูผู้อธิบายคัมภีร์โยคะเก่าแก่ให้แก่ศิษย์ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div class="fcbk_share"><div class="fcbk_like"><fb:like href="http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-1" layout="button_count" width="450" show_faces="false" share="true"></fb:like></div></div><p>เล่นโยคะ ฝึกโยคะ ทำโยคะ เรียนโยคะ  เรียกรวมเป็นที่เข้าใจว่า “โยคะ” แต่ด้วยเพราะภาพในความคิดของหลายๆ คนจะนึกถึงเพียงการทำท่าทางประหลาด ท่าดัดตัว ท่าพิศดารหวือหวาที่ในชีวิตประจำวันเราไม่ทำ .. ขออธิบายว่า “ท่า” หรือ อาสนะนั้น คือใบเบิกทาง เป็นหนึ่งในวิธีการ และอยู่ในองค์รวมของวิถีแห่งโยคะ</p>
<p>แต่ถ้ากล่าวถึงโยคะ ภาพใหญ่จะมุ่งไปที่วิธีใดๆ ที่นำสู่กระบวนการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะจิตใจ ร่างกาย และเกิดประสบการณ์เฉพาะตน </p>
<p><strong>ตอน 1 &#8211; ชญานโยคะ ภัคติโยคะ มนตราโยคะ (fbโพสต์ 21/06/24)<br />
</strong></p>
<p>โยคะนำเสนอวิธีที่จะช่วยให้บรรลุถึงจิตใจที่กระจ่างแจ้งหลายวิธีด้วยกัน แต่ละวิธีมีจุดเน้นที่ต่างกัน ในหนังสือภควัทคีตา กล่าวถึงรูปแบบของโยคะไว้ถึง 18 รูปแบบ ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะ 9 รูปแบบได้แก่ ชญานโยคะ ภัคติโยคะ มนตราโยคะ ราชาโยคะ กรรมโยคะ กริยาโยคะ กุณฑลินีโยคะ หฐโยคะ และตันตระโยคะ </p>
<p><strong>ชญานโยคะ</strong> &#8211; ชญาน (jnana)หมายถึง “ความรู้” เน้นการค้นหาความรู้ที่แท้จริงแต่ดั้งเดิมโดยเริ่มต้นที่การฟังคำสอนของครูผู้อธิบายคัมภีร์โยคะเก่าแก่ให้แก่ศิษย์  ศิษย์ใคร่ครวญ แลกเปลี่ยนความรู้กับคนอื่น ๆ ทำความเข้าใจในประเด็นที่สงสัย นำไปสู่การตระหนักถึงความเป็นจริงอย่างช้า ๆ และเป็นหนึ่งเดียวกับความรู้นั้น  </p>
<p>สมมุติฐานของชญานโยคะ คือ ความรู้ทั้งหมดนั้นนอนเนื่องอยู่ภายในตัวเรา เราเพียงแต่ต้องค้นให้พบเท่านั้น (ตื่น) </p>
<p><strong>ภัคติโยคะ</strong> &#8211; ภัคติ (bhakti) มาจากรากศัพท์ว่าภัช (bhaj)หมายถึง “รับใช้” ไม่ได้หมายถึงตัวบุคคล แต่หมายถึงพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา ความคิดนี้ถูกอธิบายเชื่อมโยงกับการฝึกอิศวรประณิธาน  การปฏิบัติตามภัคติโยคะเราอุทิศความคิด และการกระทำทุกอย่างของเราแด่พลังที่สูงส่งกว่า ทุกสิ่งที่มองเห็น สรรพชีวิตทั้งหลาย ตระหนักถึงพระเจ้าซึ่งก็คือ “ความจริงแท้ “</p>
<p><strong>มนตราโยคะ</strong> &#8211; มนตราหนึ่ง ๆ อาจเป็นคำพยางค์เดียว หรือกลุ่มคำ หรือ วลี แต่ดั้งเดิมครูจะเป็นผู้ถ่ายทอดมนตราที่เหมาะสมให้แก่ศิษย์ ความหมายและพลังพิเศษของมนตราขึ้นอยู่กับวิธีการถ่ายทอดและการนำมนตรามาร้อยเรียงกัน ส่วนใหญ่อาจเชื่อมโยงกับภาพจริงหรือภาพในจินตนาการ </p>
<p>ถ้าเราปฏิบัติอย่างต่อเนื่องโดยบริกรรมมนตราตามที่ถูกสอน มนตราโยคะก็จะให้ผลเช่นเดียวกับชญานโยคะและภัคติโยคะ</p>
<p><a href="http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B0-2">(ยังมีต่อ)</a></p>
<p>อ้างอิง: The heart of yoga หัวใจแห่งโยคะ หน้า 277 เขียน ที.เค.วี.เทสิกาจารย์  แปลธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b0-1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้ด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า</title>
		<link>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/may</link>
		<comments>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/may#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Mar 2016 11:22:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Roots8Yoga]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Ways of life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roots8yoga.com/?p=465</guid>
		<description><![CDATA[เมย์ หรือ ปรัยรัตน์ มะรังษี  ดีไซเนอร์สาว  เจ้าของบริษัทผลิตเครื่องหนัง ของพรีเมี่ยมและของแต่งบ้าน  บริษัท ดีซายเออร์ เอ็น ดีไซน์ (Desire n Design Co.,Ltd.) อายุเพียง 30 ปี  บุคลิกภายนอกอาจตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราประเมินไว้ ด้วยเพราะหลังจากการพูดคุย เราสัมผัสได้ถึงความสงบ สุขุม  ซึ่งสะท้อนจากสิ่งที่อยู่ข้างในความเป็นเมย์ ประวัติการศึกษา จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ จากนั้นต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบพัสตราภรณ์ (ออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ) ทำไมถึงเลือกเรียนออกแบบ? ตอนเด็กอยากเป็นสถาปนิก แต่เพราะไม่ได้เรียนสายวิทย์-คณิต เลยเบนเข็มมาเรียนออกแบบด้านอื่นแทน สาขาที่เราเรียนจะเน้นเรื่องการดีไซน์ การออกแบบลายผ้า และเรียนรู้รายละเอียดรวมถึงกระบวนการผลิตผ้า ชอบไหม? ก็โอเคนะคะ คือตอนแรกก็งงๆ ว่ามันคืออะไร เรียนไปแล้วจะทำงานอะไรดี แต่พอเรียนไปก็เริมอิน  ได้ลองทำนู่นทำนี่ใหม่ๆ ต้องนั่งทอผ้าเป็นเดือน ต้องถักผ้า ย้อมผ้า พิมพ์ผ้า เย็บผ้า ปักผ้า เป็นอะไรที่คนทั่วไปส่วนใหญ่คงไม่เคยทำ และคงไม่คิดจะทำ (ฮ่าฮ่า) จบปุ๊บ ทำงานปั๊บ สมัครงานแรกในตำแหน่ง [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div class="fcbk_share"><div class="fcbk_like"><fb:like href="http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/may" layout="button_count" width="450" show_faces="false" share="true"></fb:like></div></div><p>เมย์ หรือ ปรัยรัตน์ มะรังษี  ดีไซเนอร์สาว  เจ้าของบริษัทผลิตเครื่องหนัง ของพรีเมี่ยมและของแต่งบ้าน  บริษัท ดีซายเออร์ เอ็น ดีไซน์ (Desire n Design Co.,Ltd.) อายุเพียง 30 ปี  บุคลิกภายนอกอาจตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราประเมินไว้ ด้วยเพราะหลังจากการพูดคุย เราสัมผัสได้ถึงความสงบ สุขุม  ซึ่งสะท้อนจากสิ่งที่อยู่ข้างในความเป็นเมย์</p>
<p><strong><em>ประวัติการศึกษา</em></strong></p>
<p><a href="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/may-pic-2.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-467" src="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/may-pic-2-746x1024.jpg" alt="may pic 2" width="580" /></a></p>
<p>จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ จากนั้นต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบพัสตราภรณ์ (ออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ)</p>
<p><strong><em>ทำไมถึงเลือกเรียนออกแบบ?</em></strong></p>
<p>ตอนเด็กอยากเป็นสถาปนิก แต่เพราะไม่ได้เรียนสายวิทย์-คณิต เลยเบนเข็มมาเรียนออกแบบด้านอื่นแทน สาขาที่เราเรียนจะเน้นเรื่องการดีไซน์ การออกแบบลายผ้า และเรียนรู้รายละเอียดรวมถึงกระบวนการผลิตผ้า</p>
<p><a href="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/may-pic3.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-469" src="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/may-pic3-1024x745.jpg" alt="may pic3" width="580" /></a></p>
<p><strong><em>ชอบไหม?</em></strong></p>
<p>ก็โอเคนะคะ คือตอนแรกก็งงๆ ว่ามันคืออะไร เรียนไปแล้วจะทำงานอะไรดี แต่พอเรียนไปก็เริมอิน  ได้ลองทำนู่นทำนี่ใหม่ๆ ต้องนั่งทอผ้าเป็นเดือน ต้องถักผ้า ย้อมผ้า พิมพ์ผ้า เย็บผ้า ปักผ้า เป็นอะไรที่คนทั่วไปส่วนใหญ่คงไม่เคยทำ และคงไม่คิดจะทำ (ฮ่าฮ่า)</p>
<p><strong><em>จบปุ๊บ ทำงานปั๊บ</em></strong></p>
<p>สมัครงานแรกในตำแหน่ง Product designer บริษัทแห่งหนึ่ง แต่เอาเข้าจริงไม่ได้ทำงานออกแบบเลย ไปทำด้าน  Sales&amp;Marketing ได้ทำทุกอย่างที่ไม่ตรงกับปริญญาที่ได้ (ฮ่าฮ่า) เริ่มตั้งแต่หาลูกค้า,ทำพรีเซนต์,ขายงาน, ติดต่อ supplier ,คุยแบบกับช่างแพทเทิร์น, ดูไลน์การผลิต จนไปถึงนั่งแพ็คของและปิดจ๊อบด้วยการส่งของ</p>
<p><strong><em>ทำจนได้บริษัท</em></strong><strong><em>เค้า</em></strong><strong><em>มา (</em></strong><strong><em>อ่าว!!)</em></strong></p>
<p>ตอนนั้นบริษัทเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นานค่ะ เมย์ได้เป็นพนักงานชุดแรก ทำงานทุกอย่างในบริษัท พอทำมาได้ระยะหนึ่ง บริษัทเค้าเริ่มมีปัญหาการเงิน พนักงานเริ่มได้รับผลกระทบ สุดท้ายก็ตามตัวเจ้าของบริษัทไม่ได้ ช่างผลิตทั้งหมดก็ถูกทิ้งเคว้งคว้าง</p>
<p><strong><em>เริ่มต้นบริษัทเพราะความสงสาร</em></strong></p>
<p>ก็งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา สงสารพนักงาน สงสารช่างที่มีอายุเยอะ ทุกคนขาดรายได้ แต่ก็ยังมีภาระที่ต้องใช้จ่าย เมย์เลยมาคิดว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง  เออ..เราก็พอรู้ระบบการทำงานในธุรกิจประเภทนี้บ้าง ช่างเราก็มีแล้ว supplier ก็พอรู้จักบ้าง เลยลองปรึกษาครอบครัว สุดท้ายก็ตัดสินใจเปิดบริษัทเอง</p>
<p><a href="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/may-pic4.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-470" src="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/may-pic4-585x1024.jpg" alt="may pic4" width="580" /></a></p>
<p><strong><em>วิกฤตเป็นโอกาสให้ยืนด้วยลำแข้ง</em></strong></p>
<p>พนักงานส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายการผลิต  งานแอดมินส่วนมากเมย์จะทำเอง ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบมันก็มากขึ้น จากที่เคยทำตามหน้าที่ของเราอย่างเดียว มันก็ไม่ได้แล้ว ต้องคิดเผื่อคนอื่น ต้องให้ลูกน้องก่อนตัวเอง</p>
<p><strong><em>เลี้ยงตัวเองได้ไหม?</em></strong></p>
<p>ตอนเริ่มต้นคิดว่าง่าย  ทำไปสักพักเริ่มมีเรื่องให้คิดหนัก (ฮ่าฮ่า) ทั้งปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย และปัญหาพนักงาน เราก็ต้องปรับแผนใหม่ มานั่งดูว่าต้นทุนส่วนใหญ่มาจากตรงไหน ปรับลดอะไรได้บ้าง สุดท้ายเราก็ต้องสงสารตัวเองด้วย ให้คนอื่นอิ่มแต่เราอดอยากก็อยู่ไม่ได้ จึงอดทนสู้ทำต่อมาเรื่อย ๆ ทำไปทำมาจนทุกวันนี้ก็เกือบ 7 ปีแล้วค่ะ (ยิ้ม)</p>
<p><strong><em>ชีวิตลงตัวเมื่อเข้าสู่ทางธรรม</em></strong></p>
<p>มีรุ่นพี่ที่รู้จักชักนำเข้าสูวงการค่ะ ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงเริ่มทำบริษัทพอดี ตอนแรกกึ่งโดนบังคับ พี่คนที่ชักชวน เค้าเข้าวัดปฎิบัติธรรมก่อนอยู่แล้ว เค้าเองก็หมั่นชักชวนเพื่อนฝูงที่รู้จักกันให้ลองดูบ้าง ตัวเมย์เองเริ่มรู้จักการปฎิบัติธรรมจาก ชมรมผู้ปฎิบัติธรรมศาลอาญา(รัชดา)  ซึ่งจะจัดปฏิบัติธรรมทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ศุกร์-อาทิตย์ บางครั้งก็จัดที่กรุงเทพ บางครั้งก็ไปค้างที่วัดถ้ำซับมืด (วัดของหลวงปู่ทา จารุธมโม อ.ปากช่อง) ก็จะมีฟังธรรมะ ถาม-ตอบธรรมะ เดินจงกรม นั่งสมาธิ หรือจะทำอะไรก็ได้แล้วแต่ตามสะดวก</p>
<p><strong><em>ความรู้สึกครั้งแรก</em></strong></p>
<p>ก็ดีค่ะ ตอนเด็กคุณแม่จะมาทางด้านนี้อยู่แล้ว เด็ก ๆ เมย์ชอบอ่านหนังสือแนวกฎแห่งกรรม ตายแล้วไปไหน เกิดมาทำไม ชอบดูนิตยสารอาชญากรรมที่มีภาพศพคนตาย (มาสายสยองขวัญ) อ่านแล้วสนุกดี ดูเป็นเรื่องแปลกปาฎิหารย์ แต่พอโตขึ้นก็ห่างวัด ห่างเรื่องพวกนี้ ไป ไม่ได้ให้ความสนใจอีก</p>
<p><strong><em>ปฏิบัติแบบงงงวย</em></strong></p>
<p>เมย์ไม่เคยอ่านหนังสือธรรมะแบบจริงจัง ไม่เคยศึกษาแนวทางการปฏิบัติสมาธิวิปัสสนา  ครูบาอาจารย์ท่านให้ทำยังไงเราก็ทำ ทำไปก็สงสัยไป แต่ก็ทำไปเรื่อยๆ แบบงงๆ (หัวเราะ) เมย์คิดว่าการที่เราเองไม่ได้อ่านหนังสือทางนี้มาเยอะ ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง เพราะถ้าเราได้เจอครูบาอาจารย์ที่ดี เราก็เปิดรับง่าย</p>
<p><strong><em>การปฏิบัติรูปแบบไหนที่ถูกจริตกับตัวเอง?</em></strong></p>
<p>ในเริ่มแรกท่านเน้นให้เราเคลื่อนไหวกายเพื่อให้เราอยู่กับขณะปัจจุบัน ให้เราโฟกัสอยู่ที่การกระทำในขณะนั้น  ท่านให้เราเดินไปเรื่อยๆ จนเหนื่อย พอเหนื่อยก็พัก ทานบ้าง คุยบ้างเพื่อผ่อนคลาย แล้วก็เดินต่อ ปฏิบัติโดยที่ไม่รู้อะไรเลย เดินแบบไม่มีสติสตังค์ ทั้งเมื่อย ทั้งง่วง แต่พอเราได้ปฎิบัติภาวนาไปเรื่อยๆ เราเริ่มเข้าใจ เริ่มมีกำลังสมาธิ มีสติมากขึ้น ก็กลับมารู้ลมหายใจ ฝึกให้รู้เท่าทันจิตใจของตัวเอง ให้รู้ว่าอะไรคือความคิด อะไรคืออารมณ์ อะไรคือจิตแท้  อะไรคือการปรุงแต่ง  เราเริ่มรู้ว่าความหลงเป็นยังไง ความรู้เท่าทันเป็นยังไง  จากเดิมที่ปฏิบัติแต่เวลาไปวัด ก็นำมาปรับใช้เจริญสติในชีวิตประจำวัน สวดมนต์ ไหว้พระที่บ้าน เข้าวัดฟังธรรมบ้างตามโอกาสจะอำนวย</p>
<p>แต่ที่พูดไปทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าเมย์เป็นคนธัมมะธัมโม หรือปฏิบัติจนบรรลุธรรม รู้ทุกอย่างไปหมด เรายังเป็นคนปกติ มีรัก โลภ โกรธ หลง ทุกอย่างครบ มีความอยาก มีความชังเหมือนทุกๆ คน เพียงแต่เราฝึกตัวเองให้เรารู้เท่าทันสิ่งเหล่านั้นที่เกิดขึ้น และอยู่กับมันได้โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งกับมันเท่านั้นเองค่ะ</p>
<p><strong><em>งานอดิเรกทำอะไร?</em></strong></p>
<p>ก่อนหน้านี้ทำค่อนข้างเยอะ ทำงานให้สมาคมนักเรียนเก่า AFS จัดค่ายภาษาอังกฤษให้เด็ก ทำค่ายให้เด็กๆ ที่ขาดโอกาส ตามโรงเรียนต่างจังหวัด และก็สอนภาษาอังกฤษเด็กเล็กทุกวันเสาร์ แต่ตอนนี้เหลือแต่สอนภาษาอังกฤษเด็กทุกวันเสาร์ แล้วก็วิ่งเพื่อออกกำลังกายที่สวนสาธารณะวันเว้นวัน  และที่เพิ่มใหม่คือ ฝึกโยคะค่ะ (ยิ้ม)</p>
<p><strong><em>คิดอย่างไรจึงเริ่มฝึกโยคะ?</em></strong></p>
<p><a href="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/may-pic1.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-468" src="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/may-pic1-718x1024.jpg" alt="may pic1" width="580" /></a></p>
<p>เมย์เคยเรียนบัลเลย์ตอนเด็กๆ เลยคิดไปเองว่าโยคะคงมีอะไรคล้ายกัน น่าจะพอทำได้ (หัวเราะ) สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็เคยเล่นโยคะตามฟิตเนสนะคะ แต่พอเรียนจบก็ห่างหายไป พองานเริ่มเข้าที่ก็เลยหาสตูดิโอโยคะ เพื่อที่จะเริ่มฝึกใหม่อีกรอบ ประกอบกับเราวิ่งเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว เลยอยากหาอะไรที่มาบาลานซ์ร่างกายบ้าง</p>
<p><strong><em>เข้าใจโยคะแค่ไหน รู้ไหมว่าโยคะคืออะไร?</em></strong></p>
<p>สารภาพตรง ๆว่าไม่เข้าใจและไม่รู้เลยค่ะ (ฮ่าฮ่า) ก่อนหน้าที่จะมาฝึกที่ ROOTS8 เคยลองฝึกที่อื่นมาบ้าง  ไปเจอสตูดิโอที่หนึ่ง พอไปถึงก็ให้เราไหว้พระอาทิตย์เองเลย ใครอยากจะไหว้กี่รอบก็ทำไป ไม่มีการเปิดคลาสเริ่มพร้อมกัน เราก็ทำไม่เป็น ไหว้พระอาทิตย์ทำยังไงเรายังไม่รู้เลยค่ะ การใช้ลมหายใจก็ทำไม่เป็น วันนั้นเลยต้องมองคนข้างๆ ทำตามเค้าไปเรื่อยๆ จนจบคลาส กลับมาบ้านคิดอย่างแรกเลย…โยคะไม่น่าจะใช่แนวเรา (หัวเราะ)</p>
<p><a href="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/mae-yoga3.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-471" src="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/mae-yoga3-1024x768.jpg" alt="mae yoga3" width="580" /></a></p>
<p><strong><em>มาฝึกที่ ROOTS8 </em></strong><strong><em>ได้ยังไง?</em></strong></p>
<p>ตอนนั้นที่เคยลองฝึกโยคะแล้วมันไม่โอเค เมย์ยังรู้สึกค้างคาใจ  เลยลองหาสตูดิโอใหม่ พอดีช่วงนั้นมีเพื่อนมาฝึกโยคะที่ ROOTS8  (มีคนชักนำเข้าสู่วงการอีกแล้ว) เลยขอตามเพื่อนมาฝึกด้วย หลังจากนั้นก็ฝึกมาเรื่อยๆ สม่ำเสมอ ส่วนเพื่อนที่แนะนำมาตอนนี้หายไปแล้ว (หัวเราะ)</p>
<p><strong><em>เดินทาง</em></strong><strong><em>จากท่ีทำงาน</em></strong><strong><em>ค่อนข้างไกล แต่บากบั่นมาเกือบทุกวัน มาทำไม หรือว่าเสพติด?</em></strong></p>
<p>ไม่นะคะ อาจจะด้วยนิสัยเราส่วนหนึ่ง พอเราตั้งใจจะทำอะไรแล้วเราก็จะทำเต็มที่ เหมือนการปฏิบัติธรรม เหมือนการวิ่ง คือถ้าเรารู้ว่าสิ่งที่เราทำมันดีอยู่แล้ว และไม่มีผลเสียอะไร เราก็ทำมันต่อไป ทำให้สม่ำเสมอ</p>
<p><strong><em>คาแรคเตอร์เราเป็นคนยังไง?</em></strong></p>
<p>คนส่วนมากจะบอกว่าถ้าเราทำหน้าเฉยๆ จะดูเย่อหยิ่ง (หัวเราะ) มองภายนอกดูเป็นคนนิ่ง ๆ แหละค่ะ แต่ภายในนี่ friendly มากนะคะ คุยได้กับทุกคน ระดับความ friendly อาจจะขึ้น ๆ ลง ๆ บ้างตามเหตุปัจจัยแต่ละวัน (ฮ่าฮ่าฮ่า)  เป็นคนค่อนข้างกระตือรือร้น ทำอะไรรวดเร็ว มีแผนการแต่อาจเปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลา (หัวเราะ) ชอบเรียนรู้ ลองนู่นลองนี่   มองอะไรตามความเป็นจริง เราไม่ใช่คนปลอบประโลมโลกสวย และก็ไม่ใช่คนมองโลกในแง่ร้าย เอาง่ายๆ เป็นคนตรงไปตรงมาแต่ไม่ปากหมาค่ะ (หัวเราะ)</p>
<p><strong><em>มีใครเป็นต้นแบบ?</em></strong></p>
<p>อืม…..ไม่มีค่ะ เมย์ว่าทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เมย์จะเอาสิ่งที่ดีของคนอื่นมาปรับใช้ให้เข้ากับตัวเรา และเอาข้อเสียของเค้ามาเรียนรู้ เมย์ไม่ชอบเรียนตามตำรา ชอบเรียนรู้ด้วยตัวเอง  ลองทำดูทุกอย่าง ทำได้หรือไม่ได้ ดีหรือไม่ดีก็ค่อยว่ากัน ถ้าทำแล้วดีแล้วก็ทำไปเรื่อยๆ พัฒนาให้ดีขึ้น ถ้าเราทำแล้วไม่ดีเราก็ไม่ฝืน</p>
<p><strong><em>ฝึกโยคะมา 1 </em></strong><strong><em>ปีได้อะไร?</em></strong></p>
<p>อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเลยคือ ร่างกายแข็งแรงขึ้น เมย์เข้าฟิตเนสมาหลายปียังไม่มีกล้ามเนื้อเท่าการฝึกโยคะปีนึง อีกอย่างคือทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น  อยู่กับตัวเองมากขึ้น</p>
<p><a href="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/mae2.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-472" src="http://www.roots8yoga.com/wp-content/uploads/2016/03/mae2-1024x768.jpg" alt="mae2" width="580" /></a></p>
<p><strong><em>รู้หรือเปล่าว่าโยคะจริงๆแล้วไม่ใช่แค่ฝึกอาสนะน่ะ</em></strong></p>
<p>ก็เพิ่งมารู้ตอนนี้แหละค่ะ (หัวเราะ) อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าไม่รู้และไม่เข้าใจเลยว่าโยคะคืออะไร  เราไม่เคยศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับโยคะโยคีเลย ฝึกแต่อาสนะอย่างเดียว</p>
<p><strong><em>แล้วการฝึกโยคะมีผลอะไรต่อการใช้ชีวิตของเราบ้าง?</em></strong></p>
<p>สำหรับความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ มันเกิดขึ้นจากเพราะเราปฏิบัติภาวนาอยู่แล้ว  ส่วนการฝึกโยคะอาจจะช่วยเรื่องสมาธิ  เพราะเรานิ่งขึ้น อยู่กับตัวเองมากขึ้น ส่งจิตออกนอกน้อยลง</p>
<p><strong><em>มุมมองเรื่องชีวิตคู่?</em></strong></p>
<p>เมย์มองว่าการมีคู่ชีวิตเหมือนเป็น extra bonus คือเมย์เชื่อว่าเราควรเข้าใจตัวเองให้ได้มากที่สุดก่อน  ยืนให้ได้ด้วยตัวเองก่อน ก่อนที่จะไปรักคนอื่น หรือขอความรักจากคนอื่น ถ้าเรายังไม่รู้จักตัวเองดี และยังไม่รู้จักพอ ทั้งตัวเราและคู่ครองของเราก็คงไม่มีความสุข  เมย์ว่าความต้องการของคนเราเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตลอดเวลาตามเหตุปัจจัย ถ้าเราทำให้ชีวิตเราขึ้นอยู่กับคนอื่น มันก็คงยากที่เราจะหาความสุขเจอ</p>
<p><strong><em>แล้วคู่ครองมีมุมมองเหมือนเราไหม?</em></strong></p>
<p>คิดว่าปัจจุบันน่าจะมีมุมมองเดียวกันนะคะ (หัวเราะ) แรกเริ่มเลยเค้าก็ไม่สนใจ เห็นเป็นเรื่องไกลตัว ยังไม่ถึงเวลา เราเองก็ไม่ก้าวก่าย แค่บอกกล่าว แต่ว่าไม่ชวน ไม่บังคับ เมย์เชื่อว่าคนทุกคนมีเวลาของตัวเอง ถ้าเค้าเห็นความเปลี่ยนแปลงของเรา และถ้าเค้าคิดว่าสิ่งที่เราทำมันดี ถึงเวลาเค้าก็มาเอง.….</p>
<p>หลังจากเทียวรับเทียวส่งเมย์ไปวัด ฟังธรรมผ่านๆ อยู่สักพัก เค้าก็ได้บวช ศึกษาธรรมมากขึ้น ตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มมีมุมมองเดียวกันค่ะ (หัวเราะ)</p>
<p><strong>คนส่วนใหญ่ฝึกโยคะก็มุ่งแต่ฝึกอาสนะ บางคนอาจใช้โยคะเพื่อบำบัด เพื่อขจัด เพื่อบรรเทา เพื่อเยียวยา เพื่อออกกำลังกาย หรือเพื่อเติมเต็มอะไรก็ตาม โยคะไม่เคยให้โทษใคร เช่นเดียวกับที่โยคะช่วยเสริมกิจวัตรของเมย์ รู้ว่าดีก็ฝึกต่อไป ไม่มีกรอบ ไม่มีการคาดหวัง ไม่มีคำถาม </strong><strong>ไม่</strong><strong>หาคำตอบ ฝึกไปเรื่อยๆ ทำให้</strong><strong>ดีขึ้น </strong><strong>พร้อมเปิดรับวิถีแห่งการเรียนรู้ด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า โยคะอาสนะจึงกลายมาเป็นกิจกรรมหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ช่วยส่งเสริมในเรื่องที่เมย์มุ่งดำเนินเป็นหลัก</strong></p>
<p><strong><em>บางครั้ง สิ่งที่เราอาจไม่รู้ว่าทำเพื่ออะไร มันอาจไม่มีผลใหญ่ๆให้เห็นเป็นรูปธรรมทันทีทันใด วิถีแห่งโยคะ ก็คือวิถีแห่งการใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นปรกติสุข ธรรมชาติ ธรรมดาๆ เพียงเท่านี้นี่เอง</em></strong></p>
<p><strong><em> </em></strong></p>
<p><strong><em>คาเฟ่บางรัก</em></strong></p>
<p><strong><em>12 </em></strong><strong><em>กุมภาพันธ์ </em></strong><strong><em>2559</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/may/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิถีแห่งโยคะ (มรรค 8 แห่งโยคะ) Eight Limbs of Yoga</title>
		<link>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/eight-limbs-of-yoga</link>
		<comments>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/eight-limbs-of-yoga#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2014 06:02:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Roots8Yoga]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Ways of life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roots8yoga.com/?p=106</guid>
		<description><![CDATA[การฝึกโยคะที่หลายๆ คนมุ่งมั่นฝึกอยู่นั้น ไม่ใช่เพียงการฝึกท่าโยคะเท่านั้น ยังมีส่วนอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญและเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอยู่ ในวิถีแห่งการฝึกตน อันประกอบไปด้วย 1. ยมะ (Yama) Universal morality การเริ่มต้นฝึกโยคะ ต้องเริ่มต้นดวยการถือยมะ โยคะคือการฝึกกายฝึกใจไปพร้อม ๆ กัน จริยธรรม หรือ ข้อควรละเว้น ถือเป็นพื้นฐานอันดับแรกของมนุษย์ ศีลจึงเป็นหลักของการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างสันติ ซึ่งมีด้วยกัน 5 ข้อ ได้แก่ การแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง การไม่ลักทรัพย์ การไม่พูดปด การประพฤติตนบนทางแห่งความเป็นจริง และ การไม่ถือครองวัตถุเกินความจำเป็น 2. นิยมะ (Niyama) personal observances วินัย หรือข้อควรปฏิบัติ 5 ประการ ได้แก่ การอดทนอดกลั้น การพอใจในส่ิงที่ตนเองมีอยู่ การหมั่นชำระกายใจให้บริสุทธิ์ การหมั่นศึกษาตนเองเรียนรู้โยคะ และการเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน มีความศรัทธาในโยคะที่กำลังฝึกอยู่ 3. อาสนะ (Asana) Body postures คือท่าการบริหาร [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div class="fcbk_share"><div class="fcbk_like"><fb:like href="http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/eight-limbs-of-yoga" layout="button_count" width="450" show_faces="false" share="true"></fb:like></div></div><p>การฝึกโยคะที่หลายๆ คนมุ่งมั่นฝึกอยู่นั้น ไม่ใช่เพียงการฝึกท่าโยคะเท่านั้น ยังมีส่วนอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญและเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอยู่ ในวิถีแห่งการฝึกตน อันประกอบไปด้วย<br />
<strong>1. ยมะ (Yama)</strong> Universal morality การเริ่มต้นฝึกโยคะ ต้องเริ่มต้นดวยการถือยมะ โยคะคือการฝึกกายฝึกใจไปพร้อม ๆ กัน จริยธรรม หรือ ข้อควรละเว้น ถือเป็นพื้นฐานอันดับแรกของมนุษย์ ศีลจึงเป็นหลักของการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างสันติ ซึ่งมีด้วยกัน 5 ข้อ ได้แก่ การแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง การไม่ลักทรัพย์ การไม่พูดปด การประพฤติตนบนทางแห่งความเป็นจริง และ การไม่ถือครองวัตถุเกินความจำเป็น<br />
<strong>2. นิยมะ (Niyama)</strong> personal observances วินัย หรือข้อควรปฏิบัติ 5 ประการ ได้แก่ การอดทนอดกลั้น การพอใจในส่ิงที่ตนเองมีอยู่ การหมั่นชำระกายใจให้บริสุทธิ์ การหมั่นศึกษาตนเองเรียนรู้โยคะ และการเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน มีความศรัทธาในโยคะที่กำลังฝึกอยู่<br />
<strong>3. อาสนะ (Asana)</strong> Body postures คือท่าการบริหาร หรือการดูแลร่างกาย เพื่อการสร้างสมดุลระหว่างกายและใจ<br />
<strong>4. ปราณยามะ (Pranayama)</strong> Breathing exercises เป็นการฝึกควบคุมลมหายใจ เพื่อควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้จิตสงบ<br />
<strong>5. ปรัทยาหาระ (Pratyahara)</strong> Control of senses คือการสำรวมอินทรีย์ เมื่อร่างกายนิ่ง ลมหายใจสงบ จากนั้นก็ฝึกควบคุมประสาทรับรู้ ซึ่งมักแปรปรวนไปตามสิ่งเร้า หรือสิ่งกระทบจากสิ่งแวดล้อมภายนอก การควบคุมประสาทสัมผัสทั้ง5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย<br />
<strong>6.ธารณะ (Dharana)</strong> Concentration &amp; Cultivation หรือการเพ่งจ้อง เมื่อกายสงบ อารมณ์มั่นคง จึงเริ่มอบรมจิตใจ ซึ่งมีธรรมชาติของการไม่หยุดนิ่ง จิตนิ่งเป็นจิตที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำงานให้ลุล่วงได้<br />
<strong>7.ฌาณ (Dhyana)</strong> Devotion การอบรมจิตสม่ำเสมอ ทำให้จิตมีคุณภาพสูงขึ้น ๆ สามารถจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงเรื่องเดียว เป็นจิตที่มีกำลัง ควรแก่การงาน<br />
<strong>8. สมาธิ (Samadhi)</strong> Union with the Universe คือผลสูงสุดที่ได้รับจากการฝึกโยคะ จิตสมาธิของโยคะ คือจิตที่มีความเป็นหนึ่งเดียว มีความตั้งมันแน่วแน่</p>
<p>การฝึกโยคะ เมื่อปฏิบัติไปให้ได้ครบทั้ง 8 ประการแล้ว ก็คือการมีวิถีชีวิตไปตามครรลองของโยคะ เป็นการฝึกกายให้มีความแข็งแรง และยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น จนไปสู่ระดับสูงสุดเท่าที่ศักยภาพความเป็นมนุษย์พึงพัฒนาไปให้ถึงได้ นั่นคือ การเป็นอิสระจากสิ่งผูกมัดทั้งหลายทั้งปวง ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีสุขภาพกายแข็งแรง มีคุณภาพจิตใจที่สงบ สันติสุขร่มเย็น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/eight-limbs-of-yoga/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จักระ Chakra</title>
		<link>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/chakra</link>
		<comments>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/chakra#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2014 02:51:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Roots8Yoga]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Ways of life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.roots8yoga.com/?p=85</guid>
		<description><![CDATA[จักระ เป็นภาษาสันสกฤต หมายถึง กงล้อ จักระคือ ศูนย์รวมพลังงานภายในร่างกายของมนุษย์ หรือ พลังแฝงท่่่ีมีอยู่ในทุก ๆ สิ่ง เป็นศูนย์พลังงานอันละเอียดอ่อน และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น จักระ ชี่ ลมปราณ เป็นต้น โยคีเชื่อว่า จักกระที่สำคัญของมนุษย์ มีอยู่ด้วยกัน 7 ตำแหน่ง ในแต่ละตำแหน่งมีจุดกำเนิดที่แตกต่างกัน และดูแลควบคุมการทำงานของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกายของคนเราให้ทำงานเป็นปรกติ  การหมุนวนของจักระ เกิดจากลมหายใจเข้าออก ที่หมุนเวียนอยู่ในร่างกายตลอดเวลา จักระหมุนตามเข็มนาฬิกาด้วยความถี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งจะเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับระบบการทำงานของอวัยวะที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เพื่อให้เกิดความสมดุล ในปรัชญาฝ่ายโยคะ ขั้วบวกของร่างกายอยู่ตรงกระหม่อม ส่วนขั้วลบอยู่ปลายสุดของกระดูกสันหลัง ตามหลักวิทยาศาสตร์ ขั้วลบจะแล่นขึ้นไปหาขั้วบวก เมื่อใดกระแสไฟฟ้าในร่างกายโคจรได้คล่อง ร่างกายและจิตย่อมสมบูรณ์สุด  พลังขั้วลบจะแล่นขึ้นผ่านตำแหน่งสำคัญ ๆ ในร่างกาย คือ จักระต่าง ๆ ใช้สัญญลักษณ์เป็นดอกบัวทั้งเจ็ดจุด  อันประกอบไปด้วย &#160; จักระที่ 1 Root Chakra – Honors the [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div class="fcbk_share"><div class="fcbk_like"><fb:like href="http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/chakra" layout="button_count" width="450" show_faces="false" share="true"></fb:like></div></div><p>จักระ เป็นภาษาสันสกฤต หมายถึง กงล้อ จักระคือ ศูนย์รวมพลังงานภายในร่างกายของมนุษย์ หรือ พลังแฝงท่่่ีมีอยู่ในทุก ๆ สิ่ง เป็นศูนย์พลังงานอันละเอียดอ่อน และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น จักระ ชี่ ลมปราณ เป็นต้น โยคีเชื่อว่า จักกระที่สำคัญของมนุษย์ มีอยู่ด้วยกัน 7 ตำแหน่ง ในแต่ละตำแหน่งมีจุดกำเนิดที่แตกต่างกัน และดูแลควบคุมการทำงานของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกายของคนเราให้ทำงานเป็นปรกติ  การหมุนวนของจักระ เกิดจากลมหายใจเข้าออก ที่หมุนเวียนอยู่ในร่างกายตลอดเวลา จักระหมุนตามเข็มนาฬิกาด้วยความถี่ที่แตกต่างกัน ซึ่งจะเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับระบบการทำงานของ<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B0">อวัยวะ</a>ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เพื่อให้เกิดความสมดุล</p>
<p>ในปรัชญาฝ่ายโยคะ ขั้วบวกของร่างกายอยู่ตรงกระหม่อม ส่วนขั้วลบอยู่ปลายสุดของกระดูกสันหลัง ตามหลักวิทยาศาสตร์ ขั้วลบจะแล่นขึ้นไปหาขั้วบวก เมื่อใดกระแสไฟฟ้าในร่างกายโคจรได้คล่อง ร่างกายและจิตย่อมสมบูรณ์สุด  พลังขั้วลบจะแล่นขึ้นผ่านตำแหน่งสำคัญ ๆ ในร่างกาย คือ จักระต่าง ๆ ใช้สัญญลักษณ์เป็นดอกบัวทั้งเจ็ดจุด  อันประกอบไปด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>จักระที่</strong> <strong>1 Root Chakra – Honors the earth  </strong><strong>เป็นรากฐานของระบบจักระ และเป็นพื้นฐานของพลังชีวิต</strong> ชื่อทางสันสกฤต คือ มูลธาร (Muladhara) ตำแหน่งจะอยู่ตรงปลายสุดของกระดูกสันหลัง มีสัญญลักษณ์เป็นดอกบัวสี่กลีบ สีที่สัมพันธ์กันคือสีแดง <strong> </strong>เครือข่ายทางกายภาพของระบบ(Pelvic Plexus) คือ ต่อมลูกหมาก เพศ ระบบขับถ่าย มีคุณสมบัติ คือ ความไร้เดียงสา ความบริสุทธิ์ ความเป็นธรรมชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>จักระที่ </strong><strong>2 Sacral – Honors the creative </strong><strong>เป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังงานทางเพศ</strong> <strong>และความเชื่อมั่นในตนเอง </strong><strong> </strong>ชื่อสันสกฤต คือ สวาธิษฐาน (Svadhisthana)  ตำแหน่งจะอยู่เหนืออวัยวะเพศ ต่ำกว่าหน้าท้องประมาณสองนิ้ว สัญญลักษณ์เป็นดอกบัวหกกลีบ สีที่สัมพันธ์กันคือ สีส้ม เครือข่ายทางกายภาพของระบบ (Aortic Plexus) คือ  ตับบางส่วน ไต ม้าม ตับอ่อน มดลูก มีคุณสมบัติ  คือ การสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ สุนทรีย์ การรับรู้ที่ชาญฉลาด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>จักระที่</strong> <strong>3 Solar plexus – Honors the life force </strong><strong>เป็นจุดศูนย์กลางของร่างกาย ควบคุมระบบทางเดินอาหารทั้งหมด ทั้งการย่อยอาหารและการขับถ่ายของเสีย</strong></p>
<p>ชื่อสันสกฤต คือ มณีปุระ (Manipura) อยู่ตรงไขสันหลังตรงจุดสะดือ สัญญลักษณ์เป็นดอกบัวสิบกลีบ  สีที่สัมพันธ์กันคือ สีเหลือง  เครือข่ายทางกายภาพของระบบ ( Solar Plexus) คือ กระเพาะอาหาร ตับบางส่วน มีคุณสมบัติ คือ กายภาพ รูปธรรมและจิตวิญญาณ ความพอใจ ความใจกว้าง มีศีลธรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>จักระที่</strong> <strong>4   Heart – Honors the heart  </strong><strong>เป็นศูนย์รวมของความรักที่แท้จริง ความเมตตากรุณา ความเสียสละ </strong>ชื่อสันสกฤต คือ อนาหตะ (Anahata) ตำแหน่งอยู่ตรงหัวใจ สัญญลักษณ์เป็นดอกบัวสิบสองกลีบ สีที่สัมพันธ์กันคือ  สีเขียว เครือข่ายทางกายภาพของระบบ (Cardiac Plexus) คือ หัวใจ การหายใจ มีคุณสมบัติ  ที่เกี่ยวข้องกับความรัก ความร่าเริง</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>จักระที่ </strong><strong>5 Throat – Honors the communication </strong><strong>เป็นจักระที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ</strong></p>
<p>ชื่อสันสกฤต คือ วิสุทธิ (Vishuddhi) อยู่ตรงต่อมไธรอยด์ สัญญลักษณ์เป็นดอกบัวสิบหกกลีบ  สีที่สัมพันธ์กันคือสีนำ้เงิน เครือข่ายทางกายภาพของระบบ ( Cervical Plexus) คือ  ต่อมไทรอยด์ คอ แขน ปาก ลิ้น หน้า มือ ไหล่ มีคุณสมบัติ เกี่ยวข้องกับจิตสำนึกของการรวมกลุ่ม ความอ่อนหวาน   ความสุขุม ความไม่ก้าวร้าว การสื่อสารที่ดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>จักระที่</strong> <strong>6 Third Eye – Honors the psychic </strong><strong>เป็นจักระที่เปรียบเหมือนดวงตาแห่งปัญญา </strong></p>
<p>ชื่อสันสกฤต คือ อาชญะ (Ajna) ตั้งอยู่ตรงกลางหน้าผาก สัญญลักษณ์เป็นดอกบัวสองกลีบ สีที่สัมพันธ์กันคือสีคราม เครือข่ายทางกายภาพของระบบ คือ ต่อม pineal &amp; pituitary การมองเห็น การได้ยิน ความคิด ความมีเงื่อนไข มีคุณสมบัติ เกี่ยวกับการให้อภัย ควบคุมอัตตา (ego) และความมีเงื่อนไข (super ego)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>จุดที่</strong> <strong>7 Crown – Honors spiritual </strong><strong>เป็นศูนย์กลางควบคุมทุกจักระในร่างกาย เป็นจุดรับพลังจักรวาลและกระจายไปทั่วร่างกาย </strong></p>
<p>ชื่อสันสกฤต คือ  สหัสราระ( Sahasrara)  ตำแหน่งสูงสุดกลางกระหม่อม สัญญลักษณ์เป็นดอกบัวพันกลีบ  สีที่สัมพันธ์กันคือสีม่วง เครือข่ายทางกายภาพของระบบ (Limbic Areas) คือ สมองส่วนกลาง มีคุณสมบัติ  เกี่ยวกับการตระหนักรู้ในตนเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นศูนย์รวมของคุณสมบัติทั้งหมด  ความเงียบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.roots8yoga.com/ways-of-life/chakra/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
